การประกอบอาชีพ

ในอดีตและปัจจุบันเศรษฐกิจของชนเผ่าลีซูขึ้นอยู่กับอาชีพเกษตรกรรมคือการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าวเพื่อการบริโภค ปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงสัตว์แล้ว มีการปลูกพืชผักชนิดต่างๆ การเลี้ยงสัตว์มีทั้งหมู ไก่ เพื่อใช้ในพิธีกรรมและเป็นอาหาร นอกจากนี้รายได้ส่วนหนึ่ง ของลีซูมาจากการทำอุตสาหกรรมในครอบครัว เช่น การเย็บ ปักผ้า การทำเครื่องเงิน เป็นต้น ประชากรเกือบทั้งหมดในชุมชนประกอบอาชีพทำไร่ การผลิตแบบไร่หมุนเวียน โดยทำการปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อเป็นการพักดิน เป็นระบบแบบดั้งเดิมที่คนลีซูทำกันมา แต่มีความแตกต่าง กันเฉพาะ พืชที่ปลูกในไร่ ซึ่งแต่เดิมจะปลูกข้าวจ้าวพันธุ์พื้นบ้าน ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียว ข้าวโพด ข้าวสาลี แตงชนิดต่างๆ มะเขือพื้นบ้าน ข้าวฟ่าง ต้นอ้อย ฟักทอง ฟักเขียว น้ำเต้า ทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งเป็นสายพันธุ์พื้นบ้านของลีซูและเป็นพืชที่ใช้ สำหรับบริโภคในครัวเรือน

แต่ปัจจุบันลีซูบางพื้นที่นิยมปลูกพืชเพื่อการพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ เช่นการปลูก มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ถั่วแดง ผักกาดขาว ลิ้นจี่ บ๊วย และกาแฟ การผลิตแบบพืชเชิงเดี่ยวนั้น พืชเหล่านี้จำเป็น ต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และสารเคมีในการกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช เช่น ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง  ปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ฯลฯ ซึ่งทำให้สภาพดินเสื่อมลงเป็นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนลีซู นอกจากนี้จะมีการใช้ปุ๋ยเคมีและยาปรับศัตรูพืช ในปริมาณ ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนสัตว์เลี้ยงนั้นในชุมชนนิยมเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน และประกอบพิธีกรรม เช่น หมู ไก่  และวัว

 

การทำไร่



ลีซูถือว่า การเกษตรนั้นเป็นอาชีพหลักของชนเผ่าลีซู เปรียบเสมือนกับหัวใจของชาวลีซู ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับทำเล ที่จะเลือกสำหรับการทำไร่ค่อนข้างจะเลือกที่ดินดี เพื่อจะให้ได้ผลผลิตสูง จึงมีการเลือกหาทำเลที่ดีๆโดยดูจากแหล่งที่มีต้นไม้ขึ้นขนาดแน่น ดินดำร่วนอุ้มน้ำ อยู่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำลำธารมากนักหากเลือกได้ก็จะเลือกสถานที่ไม่ห่่าง ไกลจากหมู่บ้านมากนัก เพื่อความสะดวกในการเดินทางเมื่อพบสถานที่ที่ถูกใจแล้ว จะลงมือแผ้วไร่ แผ้วไร่เสร็จทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน แล้วเผาจากนั้นเก็บเศษที่เผาไม่หมด จากนั้น 2-3 วัน ก็ทำพิธีเซ่นไหว้บอกกล่าวของอนุญาตผีป่า ผีดอย ผีเจ้าที่เจ้าทาง ว่าขอให้ผลผลิตดีและปลูกอะไรก็ขอให้ได้ดีได้กิีน แล้วค่อยไปถางหญ้าถางเสร็จ แล้วลงมือทำขุนดินให้ละเอียด จากนั้นเตรียมพร้อมสำหรับการเพาะปลูก พื้นที่ส่วน ใหญ่จะใชการปลูก ข้าว ข้าวโพด รองลงมาก็เป็นพืชผลอย่างอื่น เช่น มะเขื่อเทศ กระหล่ำ่ปลี พริก งา ขิง มันฝรั่งและถั่วชนิดต่าง ๆ

ฤดูการปลูกข้าว (จญามี)
ต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อฝนลงมาแรกเริ่มมีงานหนักๆสองอย่างในไร่ที่รอฝน ลงมาเมื่อฝนลงมาก็เตรียมการลงมือทำการปลูกข้าวและข้าวโพด ก่อนจะถึงเวลา ปลูกข้าวเริ่มที่ต้องเตรียม คือ เสียมขนาดเล็กและเมล็ดพันธุ์ไว้ให้พร้อม โดยใช้วิธี การปลูกแบบหยอดหลุมฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายขุดหลุม ใช้ไม้ใผ่ลำยาวสวมปลาย ด้วยเสียมขนาดเล็กแทงลงไปในดินแล้วงัดขึ้นมาเบาๆเป็นหลุมเล็กๆ ฝ่ายหญิง จะหยอดเมล็ดพันธุ์ลงในหลุมประมาณ 3-5 เม็ด ไม่ปิดหลุมปล่อยให้ฝนตกลงมา เดินก็กลบของมันเองจะปลูกกันเป็นคู่ๆมีการร้องเพลงและมีการกันพูดคุยกันอย่าง นุกสนาน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 4 other followers

%d bloggers like this: