วิถีชีวิต

วิถีชีวิต

ปลูกกระวานและต้นฝ้ายเป็นอาชีพสำคัญ  กระวานนั้นถือเป็นพืชเครื่องเทศที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวชองอย่างยิ่งก่อนที่จะหันมาทำสวนผลไม้บนพื้นที่ราบเชิงเขาแทนการปลูกกระวานบนพื้นที่ภูเขาเช่นในอดีต  ชาวชองจะเลี้ยงตัวด้วยการปลูกข้าวและพึ่งพิงทรัพยากรจากป่าและธรรมชาติรอบตัว  ทั้งการล่าสัตว์  เก็บของป่า  ทำน้ำมันยาง  และเก็บลูกกระวานขาย  แต่การปลูกข้าว    ของชาวชองเป็นไปเพื่อการบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น  เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่อาศัยอยู่บริเวณที่เป็นป่าเขา  ไม่มีที่ราบมากนัก  ยุ้งข้าวของชาวชองจึงเป็นยุ้งข้าวที่ไม่ใหญ่โตนัก  ปัจจุบันชาวชองประกอบอาชีพทำสวนผลไม้และรับจ้าง

ภาษา

เป็นภาษาในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก สาขามอญ-เขมร สาขาย่อยเปียริก ใกล้เคียงกับภาษาสมราย ใช้พูดในหมู่ชาวชองใน ระยอง จันทบุรี และตราด มีผู้พูดทั้งหมด 5,500 คน ในกัมพูชามี 5,000 คน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาระหว่างจังหวัดจันทบุรีของไทยกับจังหวัดโพธิสัตว์ของกัมพูชา ในไทยมี 500 คนในจังหวัดจันทบุรีและตราด ชื่อสถานที่ใน 3 จังหวัดนี้หลายแห่งมาจากภาษาชอง เช่น ระยอง มาจากภาษาชอง “ราย็อง” แปลว่าประดู่ ภาษาชองต่างพื้นที่กันมีความแตกต่างกันบ้าง แต่สำหรับชาวชองแล้ว ถือว่ายังพอสื่อสารกันได้

เดิมทีภาษาชองไม่มีตัวอักษรสำหรับเขียน เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้พูดเท่านั้น แต่ในภายหลังก็มีการกำหนดให้ใช้อักษรไทยบางตัวเขียนภาษาชอง ซึ่งกำหนดโดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วสะกดตามอักขรวิธีของภาษาไทย (การอ่านตามที่เขียนอาจไม่ถูกสำเนียงตามต้นฉบับ อย่ายึดถือเป็นแหล่งอ้างอิงจนกว่าจะได้ยินสำเนียงจากเจ้าของภาษา)

ปัจจุบันภาษาชองกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต คนเฒ่าคนชาวแก่เสียดายที่ภาษาชองจะสูญหายไป ปัจจุบันมีชาวชองอาศัยถิ่นฐานเดิม ตำบลคลองพลู กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ(ปัจจุบันมีแหล่งที่พูดกันมากที่สุดในตำบลตะเคียนทอง) จังหวัดจันทบุรี ประมาณ 6,000 คน แต่ที่พูดได้มีเพียงประมาณ 500 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุ ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนวัยรุ่นชาวชองนั้นอายที่จะพูดภาษาดั้งเดิมประจำชาติพันธุ์ของตน

ชอง

เป็นชนเผ่าโบราณอีกเผ่าหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ ออสโตร-เอเชียติก ตระกูล มอญ- เขมร มีภาษาพูดของตนเองแต่ไม่มีภาษาเขียน คือภาษาชอง นับถือศาสนาพุทธ มีวัฒนธรรมประเพณีเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า ซึ่งอาจมีมาแต่ก่อนสมัยสุโขทัยสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เช่นการใช้ต้นคลุ้ม มาจักสานสมุก ชนาง เสวียน มีประเพณีผีโรง ผีหิ้ง ทำมาหากินด้วยการหาของป่า ล่าสัตว์ ทำไร่ ทำนา และปลูกต้นกระวาน ซึ่งชาวอินเดียและอาหรับชอบมาก ชาวชองอยู่กันมากแถบเชิงเขารอยต่อกับกัมพูชา เช่นที่บริเวณเขาสอยดาวเหนือ บ้านคลองพลู บ้านกะทิง บ้านตะเคียนทอง บ้านคลองพลู บ้านคลองน้ำเย็นในใกล้น้ำตกกะทิง อำเภอเขาคิชฌกูฏ บ้านวังแซม บ้านปิด อำเภอมะขาม จังหวัดัดจันทบุรี รวมไปถึงชาวชองที่บ้านคลองแสง บ้านด่านชุมพล และบ้านปะเดา อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราดด้วย มีจำนวนทั้งหมดประมาณ 6,000 คน ปัจจุบันชาวชองนี้ได้ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่เหมือนกับคนทั่วไป ส่วนชาวชองที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา จะถูกเรียกว่า ชาวไทยซอง เพราะออกเสียง ช.ช้าง ไม่ถนัด และมีภาษาใกล้เคียงกับภาษาชองคือภาษาป่า

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 5 other followers